ยาแก้กรดไหลย้อน วิธีรักษากรดไหลย้อนอย่างไรที่ดีที่สุด.?

ยาลดกรดไหลย้อน

ยาแก้กรดไหลย้อน วิธีรักษากรดไหลย้อนอย่างไรดี.? “โรคร้ายที่หลายคนเป็นไม่รู้ตัว”

หากพูดถึงอาการ “จุกเสียด ปวดแสบปวดร้อน แสบร้อนหน้าอก จุกเสียดแน่น อาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืด แน่นท้อง จุกคอ กลืนลำบาก หายใจลำบาก ระบบย่อยอาหาร ขับถ่ายมีปัญหา ลำไส้แปรปรวน ท้องผูก ถ่ายไม่สุด” และอาการอื่น ๆ อีกมากมาย

เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงนึกถึงโรคชนิดหนึ่งอย่างแน่นอนนั่นก็คือ โรคกรดไหลย้อน” 

หลายคนอาจจะคิดว่า โรคนี้เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ รับประทาน ยาแก้กรดไหลย้อน ยาลดกรด ยาเคลือบกระเพาะ นิดหน่อยเดี๋ยวก็หาย แต่เชื่อหรือไม่ว่าหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องอย่างจริงจัง จากโรคเล็ก ๆ น้อย ๆ โรคธรรมดาทั่วไป

มันก็จะกลายเป็นโรคร้ายแรงทำให้ร่างกายมีปัญหามากขึ้น เช่น ลำไส้อักเสบ แผลในกระเพาะอาหาร และเป็นต้นเหตุทำให้ก่อเกิดเป็น มะเร็งหลอดอาหาร ได้..

ยาลดกรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อน โรคกระเพาะอาหาร การผิดปรกติของระบบย่อยอาหาร

หลายคนที่เป็นโรคกรดไหลย้อนโดยไม่รู้ตัว ทำความรู้จักโรคกรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อน (GERD) เรียก สั้น ๆ เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ เป็นการไหลย้อนของกรดหรือที่เรียกว่า น้ำย่อยในกระเพาะอาหาร โดยไหลย้อนกลับมาที่ท่อหลอดทางเดินอาหาร ซึ่งในช่วงเวลาที่เราทานอาหารเข้าไปในกระเพาะอาหาร

เราจะมี น้ำย่อย หลั่งออกมาเพื่อย่อยสะลายอาหารที่เราทานเข้าไปในกระเพาะ จากนั้นร่างกายจะดูดซึมสารอาหารในกระเพาะเข้าสู่ร่างกายแล้ว ส่วนอาหารที่ผ่านการย่อยเสร็จก็จะกลายเป็นกากอาหารโดยถูกบีบผ่านลำไส้ ลงไปขับถ่ายเป็นอุจจาระนั้นเอง

น้ำย่อย ที่ถูกหลั่งออกมาเพื่อย่อยอาหารในกระเพาะอาหารจะมีสภาพฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งกรดในกระเพาะอาหารตัวไหนเราจะสังเกตได้ว่า ถ้าใครไปหาหมอพบแพทย์ โดยมีอาการ แสบจุกเสียดแน่นท้อง เรอบ่อย ขมคอ จุกแน่นกลางอก หายใจไม่พออิ่ม ลำไส้แปรปรวน จุกที่ลำคอ กลืนลำบาก หายใจลำบาก ฯลฯ

แพทย์ก็จะวินิจฉัยจากอาการเหล่านี้ว่าเป็นอาการของโรคกรดไหลย้อน เพราะเป็นการหลั่งกรดหรือน้ำย่อยที่ผิดปรกติของกระเพาะอาหาร ดังนั้น แพทย์จะกำหนดจ่ายยา โดยให้เป็นยาประเภท ยาลดกรด หรือ ยาเคลือบกระเพาะอาหาร เพื่อที่จะหยุดยับยั่งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารชั่วคราวนั้นเอง..

ยาลดกรดไหลย้อน

แก้ตรงจุด.. ชุด “ปราบกรดไหลย้อน” นวัตกรรมใหม่ล่าสุด รางวัลวิจัยระดับโลก โดย ดร. ณสพน  โพธิ์วิจิตร นักวิจัยผลิตภัณฑ์แก้กรดไหลย้อน (อัพเดท เม.ย. 2564) 2021

  • แก้ตรงจุด.. ชุด “ปราบกรดไหลย้อน” รางวัลวิจัยระดับโลก โดย ดร. ณสพน  โพธิ์วิจิตร (อัพเดท เม.ย. 2564) 2021
  • รีวิวจากผู้ใช้จริง ผลิตภัณฑ์ Green Curmin

การสังเกตุความผิดปกติที่ระบุว่าเป็นโรคกรดไหลย้อน

โดยปกติแล้วการทานอาหารเข้าไปในร่างกาย หลังจากที่ถูกเคี้ยวกลืนลงไปในกระเพาะอาหาร ทุก ๆ ครั้งร่างกายก็จะหลั่งกรดหรือน้ำย่อยมาเพื่อช่วยย่อยสะลายอาหารให้เสร็จสมบูรณ์ เมื่ออาหารถูกย่อยมันจะไหลลงด้านล่างเคลื่อนไปที่ลำไส้ตามธรรมชาติ แต่ด้วยความผิดปรกติ กรด (GERD) หรือน้ำย่อยจะไหลย้อนขึ้นมาด้านบนที่หลอดอาหาร เราก็จะรู้สึกว่ามีอาการ แสบร้อนกลางอก จุกเสียด ปวดแสบปวดร้อนกลางอก จุกลำคอ เรอเปรี้ยว คลื่นไส้อาเจียน ทรมานไม่สบายตัว ซึ่งภาวะของอาการดังกล่าวจึงเรียกว่า กรดไหลย้อน

สาเหตุต่อการเป็นโรคกรดไหลย้อน

มี 2 สาเหตุ เกิดจากกระเพาะอาหารผิดปกติ1. หูรูดหลอดอาหารส่วนล่างเสื่อม2. การบีบตัวของกระเพาะอาหารลดลง

กลุ่มผู้เสี่ยงต่อการเกิดโรคกรดไหลย้อน 

  • กลุ่มผู้สูงอายุ เช่น เมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารส่วนล่างจะมีความเสื่อมสูงตามอายุ ทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อนได้ง่ายกว่ากลุ่มอายุวัยอื่น ๆ
ยาลดกรดไหลย้อน

กลุ่มผู้สูงอายุ : ความเสื่อมของร่างกายมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคกรดไหลย้อน

  • กลุ่มโรคอ้วน เช่น คนที่มีรูปร่างอ้วนจะมีภาวะแรงดันในกระเพาะอาหารมากจนเกินไป ซึ่งความดันในกระเพาะอาหารจะไปลดการทำงานของกระเพาะอาหารในการบีบตัว ก็จะทำให้เกิดกรดไหลย้อนได้ง่ายขึ้น
  • กลุ่มผู้ตั้งครรภ์  เช่น มีโอกาสเสี่ยงเหมือนกัน คล้าย ๆ กลุ่มผู้โรคอ้วน 
ยาลดกรดไหลย้อน

กลุ่มโรคอ้วน : พฤติกรรมการกิน มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคกรดไหลย้อนสูง

  • กลุ่มคนที่ทานอาหาร เช่น พฤติกรรรมการทานอาหารไม่เป็นเวลา หลังจากทานอาหารเสร็จรีบเข้านอนทันที ซึ่งถือว่า กลุ่มนี้มีผลเสี่ยงอย่างมาก หากรับประทานอาหารเสร็จแล้วรีบนอนจะทำให้อาหารไม่ย่อยหรือย่อยลำบาก ทำให้กรดหรือน้ำย่อยจะไหลผิดปกติทันที ข้อควรระวังหลังทานอาหารเสร็จ เมื่อรับประทานอาหารเสร็จควรรอ 3-4 ชั่วโมง เพื่อให้อาหารย่อย แต่พฤติกรรมส่วนใหญ่ ในบางกลุ่มมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากการทำงาน กลุ่มอาชีพเกี่ยวกับการทำงานกลางคืน อาจจะทานอาหารได้ไม่เป็นเวลา เลิกดึก นอนดึก หรือหลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้วจะต้องรีบเข้านอนทันที พฤติกรรมแบบนี้เนื่องจากทำมาหลายปี จนเป็นพฤติกรรมต่อเนื่องติดต่อหลาย ๆ ปี พอทำมานาน ๆ เรื่อย ๆ ก็เลยทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อนเกิดขึ้นได้ ดังนั้น โรคกรดไหลย้อนไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นง่ายๆ แต่ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมที่เราทำซ้ำ ๆ ติดต่อเป็นระยะเวลานาน
ยาลดกรดไหลย้อน

กลุ่มคนที่ทานอาหาร : พฤติกรรมการกิน เช่น กินแล้วนอน มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคกรดไหลย้อนสูง

  • กลุ่มคนที่มีภาวะความเครียด เช่น เมื่อเกิดภาวะความเคลียดมาก ๆ จะทำให้มีการหลั่งกรดออกมามากและอาจทำให้หูรูดหลอดอาหารเสื่อมสภาพได้
  • กลุ่มผู้สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ เช่น สารนิโคตินที่อยู่ในบุรหรี่ จะสลายตัวในเลือด แล้วทำให้ร่างกายจะหลั่งน้ำย่อยได้น้อยหรือผิดปกติได้
ยาลดกรดไหลย้อน

กลุ่มคนที่มีภาวะควาามเครียดจากการทำงาน

ยาลดกรดไหลย้อน

กลุ่มผู้สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ งานเลี้ยงปาร์ตี้ต่าง ๆ

พฤติกรรมการกิน และการใช้ชีวิตประจำวันมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคกรดไหลย้อนสูง

โดยสรุป  “ทุกกลุ่มอายุอาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคกรดไหลย้อนได้เช่นกัน ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการทานอาหารที่ไม่เป็นเวลา รับประทานอาหารที่มีรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด ของหมัก ของดอง ชา นม กาแฟ น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือเกิดจากภาวะความเครียดแล้วเกิดการหลั่งของกรดออกมาเป็นจำนวนมาก และผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพของร่างกายเป็นต้น”

สัญญาณเตือนเป็นอาการโรคกรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อนหลายคนคิดว่าเป็นโรคที่พบบ่อย เป็นโรคธรรมดา ดูแลรักษาง่ายได้ง่าย ๆ เพียงปล่อยทิ้งไว้เดี๋ยวก็จะหาย ไม่น่ากลัวเท่าโรคอื่น ๆ เช่น มะเร็งโรค หัวใจ โรคความดัน แต่หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีปล่อยไว้นาน ๆ จะมีอาการรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากกรดยิ่งมากขึ้นจนล้นขึ้นมามากๆ การมีกรดหรือน้ำย่อยดันขึ้นสู่หลอดอาหารอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ และเป็นแผลในหลอดอาหารลุกลามมากขึ้นเรื่อย ๆ หากยิ่งปล่อยไว้นานอาจนำไปสู่การเกิดก่อเป็น มะเร็งหลอดอาหาร ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าอาจเป็นโรคกรดไหลย้อน สามารถสังเกตอาการได้ ดังนี้

    • จุกเสียดแน่นหน้าอก แน่นท้อง
    • ปวดแสบปวดร้อนบริเวณหน้าอก
    • เคลื่อนไส้ อาเจียน
    • รู้สึกอาหารไม่ย่อย
    • มีอาการไอบ่อย ๆ เหมือนมีเสมหะในลำคอ
    • ระคายเคืองหลอดอาหารหลอดคอ
    • ขมคอ เจ็บคอ ไอเรื้อรัง
    • น้ำย่อยล้นจุกที่คอ เรอบ่อยๆ เรอออกมามีรสเปรี้ยว
    • แสบคอ
ยาลดกรดไหลย้อน

จุกเสียดแน่นหน้า เกิดจากกรดไหลย้อน

ยาลดกรดไหลย้อน

ปวดแสบปวดร้อน จุกที่คอ จากรดไหลย้อน

ยาลดกรดไหลย้อน

อาหารไม่ย่อย แสบจุกร้อนอก จากกรดไหลย้อน

ตัวอย่างสัญญานเตือน : อาการต่าง ๆ ของโรคกรดไหลย้อน

วิธีรักษาโรคกรดไหลย้อน

เนื่องจากกรดไหลย้อนเกิดจากกรดและน้ำย่อยหลั่งออกมามาก วิธีที่ดีที่สุดในการดูแลคือไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะพิจารณาจากอาการ โดยที่แพทย์จะให้ยาทานควบคู่ไปกับการรักษา ซึ่งปัจจุบันใช้ยานำมารักษากลุ่มผู้ป่วยกรดไหลย้อน ดังนี้

  • ยาลดกรด ใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีการหลั่งของกรดออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะช่วยยับยั่งกรดในกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการต่าง ๆ ของกรดไหลย้อน เช่น จุกแน่นลิ้นปี่ แสบร้อนกลางอก อาหารไม่ย่อย เป็นต้น
  • ยาช่วยย่อยของระบบทางเดินอาหาร ใช้สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการให้อาหารเคลื่อนตัวออกจากกระเพาะอาหารได้ดีขึ้น และยังช่วยเพิ่มแรงระบบทางเดินอาหารและการบีบตัวของกระเพาะอาหารไม่ให้อาหารตกค้าง สามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น
  • การผ่าตัด สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการขั้นรุนแรง ไม่สามารถรักษากรดไหลย้อนให้หายขาดได้ โดยแพทย์ได้วินิจฉัยแล้วต้องส่องกล้อง ผ่าตัด และซ่อมแซมหูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง เพื่อป้องกันการกลับมาเกิดซ้ำ
ยาลดกรดไหลย้อน

ประเภทยาลดกรด

ยาลดกรดไหลย้อน

ประเภทยาเคลือบกระเพาะ

ยาลดกรดไหลย้อน

ผ่าตัดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การป้องกันและปฏิบัติตัวเมื่อเป็นกรดไหลย้อน

ผู้ป่วยที่มีอาการเป็นโรคกรดไหลย้อน สามารถรักษาดูแลตัวเองได้ โดยปรับพฤติกรรมไปพร้อมควบคู่การรักษาจากวิธีการอื่น ๆ ไปด้วย ดังนี้ 

  • ทานอาหารให้เป็นเวลา ควรทานอาหารให้พอเหมาะในแต่ละมื้อ ไม่ทานอิ่มแน่นมากจนเกิดไป หรือทานได้แต่พอเหมาะ แบ่งเป็นช่วง ๆ ในการทานแบบพอดี ไม่เน้นทานมื้อเดียวแบบปุฟเฟ่หนักๆ มาก ๆ ที่เดียว เป็นต้น
  • หลีกเลี่ยงทานอาหารรสจัด ควรเลี่ยงทานอาหารรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด ของหมักดอง เพราะมีส่วนไปเร่งให้กรดในกระเพาะหลั่งออกมามากยิ่งขึ้น
  • น้ำอัดลม ชา กาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มชูกำลัง ควรหลีกเลี่ยง เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้มีฤทธิ์เข้าไปกระตุ้นกล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างเปิดออกได้ง่าย ทำให้กรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะไหลย้อนกลับไปหลอดอาหารได้ง่ายขึ้น ผู้ป่วยที่เป็นโรคกรดไหลย้อน ควรงดทาน
  • อาหารไขมันสูง  ควรหลีกเลี่ยงอาหารของทอด ๆ มัน ๆ อาหารฟาสต์ฟู๊ด กะทิ นม เนย ชีส ไอศครีม ไขมันจากเนื้อสัตว์ เป็นต้น
  • ผลไม้และผักที่มีกรดและแก๊สมาก  ควรหลีกเลี่ยงทาน น้ำผลไม้รสเปรี้ยว ส้ม สับปะรด องุ่น มะนาว มะเขือเทศ เป็นต้น ประเภทผัก เช่น หอมหัวใหญ่ดิบ หอมแดง กระเทียม พริก พริกไทย พืชผักผลไม้เหล่านี้ จะไปเพิ่มกรดแก๊สในกระเพาะ ทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอก ขึ้นมาได้ 
  • หลังทานอาหารไม่ควรนอนทันที  หลังรับประทานอาหารอิ่มไม่ควรเข้านอนทันที หรือ ทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ออกกำลังกาย ใช้แรงยกของหนัก ก้มต่ำ จนน้ำกรดแก๊สหรือน้ำย่อยไหลขึ้นหลอดอาหาร
  • ควรนอนให้สูง  ผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อน ควรนอนให้หัวสูง 6-10 นิ้ว เพื่อไม่ให้กรดหรือน้ำย่อย ไหลล้นขึ้นมาหลอดอาหารได้
  • ลดภาวะความเครียด  ควรหลีกเลี่ยงความเครียด วิตกกังวล ที่ส่งผลกระทบต่อโรคกรดไหลย้อน อาจทำให้รู้สึกนอนไม่หลับ จุกเสียด แสบร้อนกลางอก เกิดภาวะการบีบตัวของกล้ามเนื้อหรือหลอดอาหาร ทำให้ระบบการย่อยผิดปกติได้
  • ออกกำลังกาย พักผ่อนให้สม่ำเสมอ  ลดความตึงเคลียด วิตกกังวัล ในผู้ป่วยที่เป็นกรดไหลย้อน โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ หรือออกกำลังกายคลายกล้ามเนื้อ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เป็นต้น 

การส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

ในปัจจุบันการใช้ชีวิตของกลุ่มคนทำงานและกลุ่มเสี่ยงต่างๆ รวมทั้งผู้ป่วยที่เป็นโรคกรดไหลย้อน หรือ มีอาการจากโรคนี้ ซึ่งไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีหรือไม่ได้รับคำแนะนำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ปล่อยทิ้งไว้นานเกิดลุกลามทรมานมากขึ้นเรื่อยๆ จนมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น

  • รู้สึกไม่สบาย มีอาการไอแสบคอตลอดเวลา
  • รับประทานอาหารเสร็จรู้สึกท้องอืด จุกเสียดแน่น
  • รู้สึกเหมือนมีก้อนมาติดที่คอ จุกที่คอ (หมักเป็นอาการเตือน ของโรคกรดไหลย้อน)
  • รู้สึกกลืนอาหารลำบาก หายใจลำบาก 

โรคกระเพาะอาหารมีส่วนเป็นโรคกรดไหลย้อนอย่างไร

ผู้ที่มีอาการปวดท้องจากโรคกระเพาะอาหาร มีโอกาสสูงมากที่จะเป็นกรดไหลย้อน เนื่องจากโรคกระเพาะมีกรดในกระเพาะเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้ระคายเคืองจึงส่งผลเกิดเป็นแผลในกระเพาะ หรือทำให้หูรูดหลอดอาหารส่วนล่างมีโอกาสเสื่อมสูง จึงทำให้กรดแก๊สหรือน้ำย่อยไหลย้อนขึ้นมาได้ง่าย กลุ่มโรคอ้วน มีโอกาสเสี่ยง เนื่องจากมีแรงดันในท้องเยอะ อาจทำให้ดันลม กรดหรือน้ำย่อยขึ้นมาได้มากกว่าคนปรกติ หากมีพฤติกรรมในการทานอาหารที่ผิดปรกติ ชอบทานอาหารที่มีแนวโน้วต่อการหลั่งกรดมากๆ ยิ่งจะทำให้เกิดเป็นกรดไหลย้อนได้เร็วขึ้นกว่าเดิม

โรคกรดไหลย้อนกับพฤติกรรมการกินของยุคปัจจุบัน

ปัจจุบันจากการใช้ชีวิตที่เร่งรีบในการทำงาน และสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามยุคตามสมัย รวมไปถึงพฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไปมาก หลายคนอาจจะยังไม่คุยเคยกับโรคใหม่ๆที่เกิด เช่นเดียวกับโรคกรดไหลย้อน ซึ่งแต่ก่อนหลายคนอาจจะยังไม่คุ้ยเคย แต่พอมาถึงปัจจุบันมีหลายคนประสบปัญหาภาวะกรดไหลย้อนกันเยอะมาก ๆ สาเหตุหลัก ๆ มาจาก พฤติกรรมการบริโภค ที่เปลี่ยนไป รวมไปถึงรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบันนี้ด้วย ซึ่งสามารถสังเกตได้จากการรับประทานอาหารที่สะดวก และรวดเร็วง่าย ๆ ที่คนส่วนใหญ่ชอบมากของคนในยุคปัจจุบัน

โอกาสหายจากโรคกรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อนสามารถรักษาหายขาดได้ แต่อาจจะใช้ระยะเวลานาน สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคกรดไหลย้อน มีความทนทุกข์ทรมานกับอาการต่าง ๆ จากภาวะความผิดปกติของระบบการย่อยอาหาร ซึ่งอาจจะใช้ระยะนานมากในการรักษาให้หายขาดและกลับมาเป็นปกติ แต่ไม่ต้องกลัวโรคชนิดนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ ในระยะสั้น ๆ หลายคนยังไม่ทราบว่ากว่าโรคกรดไหลย้อนที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ก็ต้องใช้ระยะเวลาสะสมมานานเช่นกัน จากพฤติกรรมการบริโภค พฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ ซ้ำ ๆ สะสมมาหลายปี 

รักษาโรคกรดไหลย้อนหายแล้ว แต่ก็กลับมาเป็นซ้ำได้

หากผู้ป่วยที่รักษาโรคกกรดไหลย้อนหายแล้ว แต่กล้บมามี พฤติกรรมการกิน พฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบเดิม ก็มี ความเสี่ยงกลับมาเป็นซ้ำ ได้อีก เพราะโรคกรดไหลย้อนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการระบบการทำงานของกระเพาะอาหาร ระบบทางเดินอาหาร ดังนั้น จึงถือว่าเป็นโรคชนิดหนึ่งที่มีการ ตรวจระบบการกินอาหารของคนเราให้เป็นระเบียบก็ว่าได้ หรือจะเรียกได้ว่าเป็น โรคผู้ตรวจพฤติกรรมการกิน ให้ถูกต้องพอเหมาะกับกระเพาะอาหาร หากทานเกินความจำเป็นก็จะได้รับความทรมาณจากภาวะอาการต่าง ๆ ของกรดไหลย้อน นั้นเอง 

ดูแลตัวเองให้ถูกต้องจากกรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อน เป็นโรคที่รักษาหายได้ แต่อาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการรักษา เช่น การรักษาด้วยยา ยาแก้กรดไหลย้อน ยาลดกรด ยาเคลือบกระเพาะ การผ่าตัด หรือรักษาด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นการรักษาแบบระยะยาวยั่งยืน โดยการปรับพฤติกรรมการกิน พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน หลีกเลี่ยงอาหารปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระเพาะอาหาร โรคกรดไหลย้อน ประเภทรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด น้ำอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พืชผักผลไม้รสเปรี้ยว รวมถึงพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะเกิดโรคนี้ได้

ดังนั้น “ผู้ป่วยที่เป็นโรคกรดไหลย้อน หรือ กลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ เมื่อรักษาหายแล้ว ก็ควรดูแลรักษาสุขภาพให้ดี มั่นออกกำลังกายทำสุขภาพให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เคยทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อน เพราะถึงแม้จะหายดีแล้วแต่ก็มีโอกาสกลับมาเป็นได้อีก หากเป็นหนัก ๆ หรือไม่ใส่ใจดูแลรักษาก็อาจจะเป็นต้นเหตุ มะเร็งหลอดอาหาร ได้”

สรุป

วิธีที่ดีที่สุดซึ่งเป็น วิธีรักษาโรคกรดไหลย้อน นั้นก็คือ การป้องกัน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อไม่ให้เกิดก่อน ดีกว่ามากุ้มใจภายหลัง สำคัญที่สุดเมื่อรู้แล้วว่าโรคกรดไหลยมีอันตรายและเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคอื่น ๆ ตามมาก็ต้องช่วยแนะนำตักเตือนบอกต่อให้กับกลุ่มผู้เสี่ยง หรือคนที่เรารัก ที่สำคัญต้องดูแลสุขภาพตัวเองอย่างสม่ำเสมอเพื่อห่างไกลจากโรคภัยอื่น ๆ ด้วย..

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *