ยาแก้โรคกระเพาะ วิธีรักษาโรคกระเพาะ มีวิธีไหน? ทำอย่างไรดี?

ยาแก้โรคกระเพาะ

กระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง แพทย์ชี้ว่า กระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง ติดเชื้อแบคทีเรียเฮลิโคแบกเทอร์ไพโลรี ปวดท้องบ่อย ถ่ายอุจจาระสีดำ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด เสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร ควรพบแพทย์โดยด่วนทันที

อาการคล้ายโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ปวดท้อง ท้องอืด อาหารไม่ย่อย จุกเสียดแน่นท้อง ใต้ลิ้นปี่ มีคลื่นไส้ อาเจียนหรืออาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ต้นเหตุของโรคเหล่านี้นั้นก็ คือ โรคกระเพาะอาหาร” 

ยาลดกรดไหลย้อน

ยาแก้โรคกระเพาะอาหาร วิธีรักษาโรคกระเพาะ มีวิธีไหนบ้าง? ควรทำอย่างไร? “โรคเป็นได้ง่ายๆ โรคร้ายหลายคนไม่รู้”

(อัพเดท มิ.ย. 2564) 2021

โรคกระเพาะ คงไม่ใช่เป็นแค่ โรคเล็ก ๆ น้อย ๆ รับประทาน ยาแก้โรคกระเพาะ ยาลดกรด ยาเคลือบกระเพาะ หรือ ยาแก้กรดไหลย้อน นิดดหน่อยเดี๋ยวก็หาย แต่เชื่อหรือไม่ว่าหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องอย่างจริงจัง จากโรคเล็ก ๆ น้อย ๆ โรคธรรมดาทั่วไป

มันก็จะกลายเป็นโรคร้ายแรงทำให้ร่างกายมีปัญหามากขึ้น เช่น ลำไส้อักเสบ แผลในกระเพาะอาหาร และเป็นต้นเหตุทำให้ก่อเกิดเป็น มะเร็งหลอดอาหาร ได้..

ยาแก้โรคกระเพาะ

โรคกระเพาะอาหาร โรคกรดไหลย้อน การผิดปรกติของระบบย่อยอาหาร

สารบัญเนื้อหาสำคัญ

โรคกระเพาะอาหาร และ กรดไหลย้อน โรคร้ายน่ารู้!!

ยาแก้กรดไหลย้อน

ดร. ณสพน โพธิ์วิจิตร นักวิจัยเหรียญทองระดับโลก เจ้าของผลงานวิจัยขมิ้นชันสมุนไพรระดับโลก

ยาแก้กรดไหลย้อน

ความแตกต่างของ โรคกระเพาะอักเสบ กับ โรคกรดไหลย้อน โดย ดร. ณสพน โพธิ์วิจิตร ไขข้อข้องใจใน 3 นาที 

โรคกระเพาะ (Gastritis) “โรคกระเพาะอาหาร” เป็นโรคสําคัญและพบได้บ่อย โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงาน อาจจะรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา มีความเครียด หรือรับประทานยาที่กัดกระเพาะ เกิดอาการอาจมีความรุนแรงจนเป็นเหตุให้ผู้ป่วยต้องหยุดงานหรือต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล

ผู้ป่วยและบุคคลทั่วไป หากมีความรู้พื้นฐานเบื้องต้นจะมีประโยชน์ในการดูแลรักษาตนเอง และป้องกันโรคได้อย่างถูกวิธี

แต่..คนส่วนมากจะรับประทานยา ประเภท ยาลดกรด ยาเคลือบกระเพาะอาหาร ยาแก้กรดไหลย้อน หรือ ยาแก้โรคกระเพาะ ชนิดต่างๆ เพื่อที่จะหยุดยับยั่งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารชั่วคราวนั้นเอง..

ยาลดกรดไหลย้อน

“ปราบกรดไหลย้อน โรคกระเพาะ” นวัตกรรมใหม่ล่าสุด รางวัลวิจัยระดับโลก โดย ดร. ณสพน  โพธิ์วิจิตร นักวิจัยผลิตภัณฑ์แก้กรดไหลย้อน โรคกระเพาะ

วิธีสังเกตุความผิดปกติที่ระบุว่าเป็น โรคกระเพาะอาหาร แล้วหรือยัง..?

  • ปวดท้องบริเวณใต้ลิ้นปี่เหนือสะดือ เช่น แสบร้อน, แน่นอึดอัดท้องหลังรับประทานอาหาร, อิ่มเร็วกว่าปกติ บางรายอาจมีเรอหรือคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย
  • อาจมีอาการของ โรคกรดไหลย้อน ได้แก่ เรอเปรี้ยว หรือแสบร้อนหน้าอกร่วมด้วยได้

ดังนั้น ความผิดปรกติ กรด (GERD) หรือน้ำย่อยจะไหลย้อนขึ้นมาด้านบนที่หลอดอาหาร เราก็จะรู้สึกว่ามีอาการ แสบร้อนกลางอก จุกเสียด ปวดแสบปวดร้อนกลางอก จุกลำคอ เรอเปรี้ยว คลื่นไส้อาเจียน ทรมานไม่สบายตัว ซึ่งภาวะของอาการดังกล่าวจึงเรียกว่า กรดไหลย้อน

สาเหตุต่อการเป็นโรคกระเพาะอาหาร มีอะไรบ้าง..?

กระเพาะอาหารผิดปกติ ซึ่งมีสาเหตุเกิดจาก ดังนี้

  • การรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา
  • การรับประทานยาแก้ปวดจำพวกแอสไพริน
  • การรับประทาน ยาแก้อักเสบ หรือแก้ปวดจำพวกที่ใช้ในโรคกระดูกและข้อ
  • การดื่มสุรา และการสูบบุหรี่
  • ภาวะความเครียด, ความวิตกกังวล
  • การติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ชื่อ Helicobacter pylori สามารถอาศัยอยู่ในกระเพาะอาหารของคนเรา มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะได้เช่นกัน
  • การมีก้อนเนื้องอกในกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นได้ทั้งเนื้อดี และเนื้อร้ายอีกด้วย

กลุ่มผู้เสี่ยงต่อการเกิด โรคกระเพาะ และ กรดไหลย้อน

  • กลุ่มผู้สูงอายุ เช่น เมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารส่วนล่างจะมีความเสื่อมสูงตามอายุ ทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อนได้ง่ายกว่ากลุ่มอายุวัยอื่น ๆ
ยาลดกรดไหลย้อน

กลุ่มผู้สูงอายุ : ความเสื่อมของร่างกายมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคกรดไหลย้อน

  • กลุ่มโรคอ้วน เช่น คนที่มีรูปร่างอ้วนจะมีภาวะแรงดันในกระเพาะอาหารมากจนเกินไป ซึ่งความดันในกระเพาะอาหารจะไปลดการทำงานของกระเพาะอาหารในการบีบตัว ก็จะทำให้เกิดกรดไหลย้อนได้ง่ายขึ้น
  • กลุ่มผู้ตั้งครรภ์  เช่น มีโอกาสเสี่ยงเหมือนกัน คล้าย ๆ กลุ่มผู้โรคอ้วน 
ยาลดกรดไหลย้อน

กลุ่มโรคอ้วน : พฤติกรรมการกิน มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคกรดไหลย้อนสูง

  • กลุ่มคนที่ทานอาหาร เช่น พฤติกรรรมการทานอาหารไม่เป็นเวลา หลังจากทานอาหารเสร็จรีบเข้านอนทันที ซึ่งถือว่า กลุ่มนี้มีผลเสี่ยงอย่างมาก หากรับประทานอาหารเสร็จแล้วรีบนอนจะทำให้อาหารไม่ย่อยหรือย่อยลำบาก ทำให้กรดหรือน้ำย่อยจะไหลผิดปกติทันที ข้อควรระวังหลังทานอาหารเสร็จ เมื่อรับประทานอาหารเสร็จควรรอ 3-4 ชั่วโมง เพื่อให้อาหารย่อย แต่พฤติกรรมส่วนใหญ่ ในบางกลุ่มมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากการทำงาน กลุ่มอาชีพเกี่ยวกับการทำงานกลางคืน อาจจะทานอาหารได้ไม่เป็นเวลา เลิกดึก นอนดึก หรือหลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้วจะต้องรีบเข้านอนทันที พฤติกรรมแบบนี้เนื่องจากทำมาหลายปี จนเป็นพฤติกรรมต่อเนื่องติดต่อหลาย ๆ ปี พอทำมานาน ๆ เรื่อย ๆ ก็เลยทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อนเกิดขึ้นได้ ดังนั้น โรคกรดไหลย้อนไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นง่ายๆ แต่ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมที่เราทำซ้ำ ๆ ติดต่อเป็นระยะเวลานาน
ยาลดกรดไหลย้อน

กลุ่มคนที่ทานอาหาร : พฤติกรรมการกิน เช่น กินแล้วนอน มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคกรดไหลย้อนสูง

  • กลุ่มคนที่มีภาวะความเครียด เช่น เมื่อเกิดภาวะความเคลียดมาก ๆ จะทำให้มีการหลั่งกรดออกมามากและอาจทำให้หูรูดหลอดอาหารเสื่อมสภาพได้
  • กลุ่มผู้สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ เช่น สารนิโคตินที่อยู่ในบุรหรี่ จะสลายตัวในเลือด แล้วทำให้ร่างกายจะหลั่งน้ำย่อยได้น้อยหรือผิดปกติได้
ยาลดกรดไหลย้อน

กลุ่มคนที่มีภาวะควาามเครียดจากการทำงาน

ยาลดกรดไหลย้อน

กลุ่มผู้สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ งานเลี้ยงปาร์ตี้ต่าง ๆ

พฤติกรรมการกิน และการใช้ชีวิตประจำวันมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคกรดไหลย้อนสูง

ยาลดกรดไหลย้อน

ข่าวดี คลิกดูเลย.. ด่วน!!

นักวิจัยระดับโลก ค้นพบ วิธีรักษากรดไหลย้อน

คลิกดูรายละเอียดที่นี่

โดยสรุป  “ทุกกลุ่มอายุอาจเสี่ยงต่อการเป็น โรคกระเพาะ โรคกรดไหลย้อน ได้เช่นกัน ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการทานอาหารที่ไม่เป็นเวลา รับประทานอาหารที่มีรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด ของหมัก ของดอง ชา นม กาแฟ น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือเกิดจากภาวะความเครียดแล้วเกิดการหลั่งของกรดออกมาเป็นจำนวนมาก และผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพของร่างกายเป็นต้น”

สัญญาณเตือน!! เป็นอาการโรคกระเพาะ

โรคกระเพาะอาหารเป็นโรคไม่ร้ายแรง ผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีอาการแตกต่างกันหรือไม่พบความผิดปกติใด ๆ หลายคนคิดว่าเป็นโรคที่พบบ่อย เป็นโรคธรรมดา ดูแลรักษาง่ายได้ง่าย ๆ เพียงปล่อยทิ้งไว้เดี๋ยวก็จะหาย ไม่น่ากลัวเท่าโรคอื่น ๆ เช่น มะเร็งโรค หัวใจ โรคความดัน หากยิ่งปล่อยไว้นานอาจนำไปสู่การเกิดก่อเป็น มะเร็งหลอดอาหาร ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าอาจเป็นโรคกระเพาะ และ กรดไหลย้อน ซึ่งสามารถสังเกตอาการได้ ดังนี้

    • จุกเสียดแน่นหน้าอก แน่นท้อง
    • ปวดแสบปวดร้อนบริเวณหน้าอก
    • เคลื่อนไส้ อาเจียน
    • รู้สึกอาหารไม่ย่อย
    • มีอาการไอบ่อย ๆ เหมือนมีเสมหะในลำคอ
    • ระคายเคืองหลอดอาหารหลอดคอ
    • ขมคอ เจ็บคอ ไอเรื้อรัง แสบคอ
    • น้ำย่อยล้นจุกที่คอ เรอบ่อยๆ เรอออกมามีรสเปรี้ยว
    • รู้สึกปวดบริเวณท้องส่วนบน
    • อิ่มเร็ว รับประทานอาหารได้ไม่มาก
    • เรอบ่อย มีอาการท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย
    • รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน
    • ไม่มีความอยากอาหาร
โรคกระเพาะ

จุกเสียดแน่นท้อง แน่นหน้าอก เกิดจากกรดไหลย้อน โรคกระเพาะ

โรคกระเพาะ

ปวดแสบปวดร้อน จุกที่คอ จากรดไหลย้อน โรคกระเพาะ

โรคกระเพาะ

อาหารไม่ย่อย แสบจุกร้อนอก จากกรดไหลย้อน โรคกระเพาะ

ตัวอย่างสัญญานเตือน : อาการต่าง ๆ ของโรคกรดไหลย้อน โรคกระเพาะ

ยาแก้กรดไหลย้อน

ระวัง!! หากคุณรู้สึก อาการแบบนี้ หนีไม่พ้น กรดไหลย้อน โรคกระเพาะ

ยาแก้โรคกระเพาะ กรดไหลย้อน วิธีรักษา ทำอย่างไร..?

เนื่องจาก โรคกระเพาะ กรดไหลย้อน เกิดจากกรดและน้ำย่อยหลั่งออกมามาก วิธีที่ดีที่สุดในการดูแลคือไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะพิจารณาจากอาการ โดยที่แพทย์จะให้ยาทานควบคู่ไปกับการรักษา ซึ่งปัจจุบันใช้ยานำมารักษากลุ่มผู้ป่วย โรคกระเพาะ กรดไหลย้อน ดังนี้

ยาลดกรดไหลย้อน

ประเภทยาลดกรด

  • ยาลดกรด ใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีการหลั่งของกรดออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะช่วยยับยั่งกรดในกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการต่าง ๆ ของกรดไหลย้อน เช่น จุกแน่นลิ้นปี่ แสบร้อนกลางอก อาหารไม่ย่อย เป็นต้น
ยาลดกรดไหลย้อน

ประเภทยาเคลือบกระเพาะ

  • ยาช่วยย่อยของระบบทางเดินอาหาร ใช้สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการให้อาหารเคลื่อนตัวออกจากกระเพาะอาหารได้ดีขึ้น และยังช่วยเพิ่มแรงระบบทางเดินอาหารและการบีบตัวของกระเพาะอาหารไม่ให้อาหารตกค้าง สามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น
ยาลดกรดไหลย้อน

ผ่าตัดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

  • การผ่าตัด สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการขั้นรุนแรง ไม่สามารถรักษากรดไหลย้อนให้หายขาดได้ โดยแพทย์ได้วินิจฉัยแล้วต้องส่องกล้อง ผ่าตัด และซ่อมแซมหูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง เพื่อป้องกันการกลับมาเกิดซ้ำ
วิธีรักษากรดไหลย้อน

แสบ จุก เสียด แน่นท้อง แสบร้อนกลางอก จะมีวิธีรักษาให้หายขาด ทำอย่างไร?

ยาลดกรดไหลย้อน

ข่าวดี คลิกดูเลย ด่วน!!

นักวิจัยระดับโลก ค้นพบ วิธีรักษากรดไหลย้อน

คลิกดูรายละเอียดที่นี่

การป้องกันโรคกระเพาะอาหาร ทำอย่างไร..?

การดูแลตนเองเมื่อเป็น โรคกระเพาะ ผู้ป่วยที่มีอาการเป็นโรคกระเพาะ  สามารถรักษาดูแลตัวเองได้ โดยปรับพฤติกรรมไปพร้อมควบคู่การรักษาจากวิธีการอื่น ๆ ไปด้วย ดังนี้

  • กินอาหารให้ตรงเวลา และกินอาหารอ่อนที่ย่อยง่าย
  • ควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน
  • หลีกเลี่ยงการกินสิ่งที่ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร เช่น ยาชุด ยาแก้ปวดข้อ ยาแก้ปวดแอสไพริน ยาที่มีสเตียรอยด์ น้ำอัดลม อาหารรสจัด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหาร หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ช็อคโกแลต ชา กาแฟ
  • จำกัดปริมาณอาหารที่กินในแต่ละมื้อ ไม่ให้มากจนเกินไป
  • กินยาลดกรด โดยปริมาณที่แนะนำ คือ ยาน้ำ 1 – 2 ช้อนโต๊ะ หรือยาเม็ด 1 – 2 เม็ด (เคี้ยวก่อนกลืน) วันละ 4 ครั้ง เช้า กลางวัน เย็น โดยกินหลังอาหาร 1 ชั่วโมง และช่วงก่อนนอน หากมีอาการปวดท้องก่อนถึงเวลากินยา สามารถกินเพิ่มได้ และควรกินติดต่อกันอย่างน้อย 4 – 8 สัปดาห์
  • ผู้ป่วย กรดไหลย้อน ควรหลีกเลี่ยงทานอาหารรสจัด ควรเลี่ยงทานอาหารรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด ของหมักดอง เพราะมีส่วนไปเร่งให้กรดในกระเพาะหลั่งออกมามากยิ่งขึ้น
  • ผู้ป่วย กรดไหลย้อน ควรงด น้ำอัดลม ชา กาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มชูกำลัง ควรหลีกเลี่ยง เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้มีฤทธิ์เข้าไปกระตุ้นกล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างเปิดออกได้ง่าย ทำให้กรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะไหลย้อนกลับไปหลอดอาหารได้ง่ายขึ้น ผู้ป่วยที่เป็นโรคกรดไหลย้อน ควรงดทาน
  • กินยาสม่ำเสมอตามที่แพทย์แนะนำ
  • พยายามลดความเครียด เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ทำสมาธิ
  • หมั่นออกกำลังกาย
  • งดสูบบุหรี่ 

หากปรับพฤติกรรมแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม และรักษาอย่างตรงจุดต่อไป 

อาการโรคกระเพาะอาหาร สังเกตด้วยตัวเอง!!

ปวดท้องบริเวณลิ้นปี่ ด้านบนช่องท้อง ลามไปทางซ้ายหรือหลัง และมักปวดสัมพันกับมื้ออาหาร เช่น ก่อนกินอาหาร นอกจากนี้อาจมีอาการ ท้องอืด แน่นท้อง จุกเสียด อาหารไม่ย่อย คลื่นไส้อาเจียน และอาจรุนแรงจนเกิดเลือดออกในกระเพาะอาหาร โดยอาจอาเจียนเป็นสีน้ำตาล สีกาแฟ หรืออาจถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ

โรคกระเพาะอาหาร มีส่วนเป็น โรคกรดไหลย้อน อย่างไร..?

ผู้ที่มีอาการปวดท้องจากโรคกระเพาะอาหาร มีโอกาสสูงมากที่จะเป็นกรดไหลย้อน เนื่องจากโรคกระเพาะมีกรดในกระเพาะเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้ระคายเคืองจึงส่งผลเกิดเป็นแผลในกระเพาะ หรือทำให้หูรูดหลอดอาหารส่วนล่างมีโอกาสเสื่อมสูง จึงทำให้กรดแก๊สหรือน้ำย่อยไหลย้อนขึ้นมาได้ง่าย กลุ่มโรคอ้วน มีโอกาสเสี่ยง เนื่องจากมีแรงดันในท้องเยอะ อาจทำให้ดันลม กรดหรือน้ำย่อยขึ้นมาได้มากกว่าคนปรกติ หากมีพฤติกรรมในการทานอาหารที่ผิดปรกติ ชอบทานอาหารที่มีแนวโน้วต่อการหลั่งกรดมากๆ ยิ่งจะทำให้เกิดเป็นกรดไหลย้อนได้เร็วขึ้นกว่าเดิม

ยาลดกรดไหลย้อน

โรคกระเพาะ กับ พฤติกรรมการกิน ในยุคปัจจุบัน

ปัจจุบันจากการใช้ชีวิตที่เร่งรีบในการทำงาน และสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามยุคตามสมัย รวมไปถึงพฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไปมาก หลายคนอาจจะยังไม่คุยเคยกับโรคใหม่ๆที่เกิด เช่นเดียวกับโรคกระเพาะ และ กรดไหลย้อน ซึ่งแต่ก่อนหลายคนอาจจะยังไม่คุ้ยเคย แต่พอมาถึงปัจจุบันมีหลายคนประสบปัญหา โรคกระเพาะ ภาวะกรดไหลย้อน กันเยอะมาก ๆ สาเหตุหลัก ๆ มาจาก พฤติกรรมการบริโภค ที่เปลี่ยนไป รวมไปถึง รูปแบบการใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบันนี้ด้วย ซึ่งสามารถสังเกตได้จากการรับประทานอาหารที่สะดวก และรวดเร็วง่าย ๆ ที่คนส่วนใหญ่ชอบมากของคนในยุคปัจจุบัน

โรคกระเพาะ มีผลต่อชีวิตทำงานอย่างไร..?

ยิ่งทุกวันนี้ หนุ่มสาวออฟฟิศจำนวนมากที่ป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหารจากความเครียด แถมมีอาการค่อนข้างรุนแรงเมื่อเทียบกับวัยอื่น ๆ “ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นคนวัยหนุ่มสาว อายุเพิ่ง 20 – 30 ต้น ๆ แต่มีอาการรุนแรงมาก บางคนปวดท้องมากจนต้องฉีดยาระงับปวดและต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล หมอจะให้ยารักษาโรค 2 กลุ่ม คือ ยาลดกรด เพื่อช่วยให้กรดหลั่งออกมาน้อย ทำให้แผลหายเร็วขึ้น และยากระตุ้นการบีบตัวของกระเพาะอาหารซึ่งจะทำให้กระเพาะเกิดการบีบตัว คลุกเคล้าอาหารกับน้ำย่อยได้ดีขึ้น จึงไม่มีแก๊สจากอาหารหมักหมมตกค้างในกระเพาะ ซึ่งเป็นที่มาของอาการท้องอืด จุกแน่น”ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการดีขึ้นหลังจากกินยา แต่ไม่นานก็จะกลับมาป่วยอีกเช่นเดิม เพราะไม่รู้จักจัดการต้นเหตุของปัญหา 

เครียดบ่อยๆ จะเป็น โรคกระเพาะ ไหม..?

ไลฟ์สไตล์สำคัญที่เป็นตัวก่อโรคได้แก่ การดื่มเหล้า สูบบุหรี่และกินยาลดการอักเสบกลุ่มเอนเซด (NSAID) เป็นเวลานานกินอาหารไม่ตรงเวลาและกินรสจัด นอกจากนี้ยังเกิดจากความเครียด 
“ถ้าอยู่ในสภาวะเครียดบ่อยๆ และยาวนานจะป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหารได้ เพราะความเครียดจะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งกรดออกมาตลอดเวลา ซึ่งกรดนี้จะย่อยเยื่อบุกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดแผล ยิ่งถ้ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น กินยากลุ่มเอนเซดดื่มเหล้า สูบบุหรี่จัด จึงมีความเสี่ยงทำให้กระเพาะทะลุได้”

 

ยารักษาโรคกระเพาะ ดีที่สุด มีไหม..? คืออะไร..?

โรคกระเพาะ และ โรคกรดไหลย้อน เป็นโรคที่รักษาหายได้ แต่อาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการรักษา เช่น การรักษาด้วยยา ยาแก้กรดไหลย้อน ยาลดกรด ยาเคลือบกระเพาะ ยาแก้โรคกระเพาะ การผ่าตัด หรือรักษาด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นการรักษาแบบระยะยาวยั่งยืน โดยการปรับพฤติกรรมการกิน พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน หลีกเลี่ยงอาหารปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิด โรคกระเพาะอาหาร โรคกรดไหลย้อน ประเภทรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด น้ำอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พืชผักผลไม้รสเปรี้ยว รวมถึงพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะเกิดโรคนี้ได้

ปรับพฤติกรรมการกิน หลีกหนีโรคกระเพาะอาหาร การรักษาโรคกระเพาะให้หายขาด สิ่งสำคัญคือการหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นต่างๆ
  • การลดความวิตกกังวลและความเครียด
  • กินอาหารให้ตรงเวลา กินพอดีๆ ไม่อิ่มจัด
  • เลี่ยงอาหารรสจัด เค็มจัด เผ็ดจัด ผลไม้รสเปรี้ยว ชา กาแฟ
  • ออกกำลังกายครั้งละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง เพื่อเพิ่มการบีบตัวของกระเพาะ ช่วยย่อยอาหารได้ดีขึ้น
  • กินยาเพื่อรักษาอาการที่เกิดขึ้นตามแพทย์สั่ง
  • งดสูบบุหรี่ เพราะเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดแผลกระเพาะอาหารและภาวะแทรกซ้อนของแผลกระเพาะอาหารและทำให้การหายของแผลกระเพาะอาหารช้าลงและเกิดการกลับเป็นซ้ำได้บ่อยขึ้น
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ เพราะสามารถกระตุ้นการหลั่งกรดและทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อเยื่อบุกระเพาะอาหารได้ ทำให้เกิดอาการปวดท้องกระเพาะอาหารได้ และโรคตับแข็งจากแอลกอฮอล์อาจทำให้เกิดโรคแผลกระเพาะอาหารได้บ่อยขึ้นกว่าคนปกติ
ยาลดกรดไหลย้อน

ข่าวดี คลิกดูเลย ด่วน!!

นักวิจัยระดับโลก ค้นพบ วิธีรักษากรดไหลย้อน

คลิกดูรายละเอียดที่นี่

ดังนั้น “ผู้ป่วยที่เป็น โรคกระเพาะ โรคกรดไหลย้อน หรือ กลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ เมื่อรักษาหายแล้ว ก็ควรดูแลรักษาสุขภาพให้ดี มั่นออกกำลังกายทำสุขภาพให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เคยทำให้เกิดโรคกระเพาะ ภาวะกรดไหลย้อน เพราะถึงแม้จะหายดีแล้วแต่ก็มีโอกาสกลับมาเป็นได้อีก หากเป็นหนัก ๆ หรือไม่ใส่ใจดูแลรักษาก็อาจจะเป็นต้นเหตุ มะเร็งหลอดอาหาร ได้”

สรุป

โรคกระเพาะะอาหาร อาจเกิดจากความเครียด ดังนั้น วิธีรักษาโรคกระเพาะ จากการทาน ยาแก้กรดไหลย้อน ยาลดกรด ยาเคลือบกระเพาะ ยาแก้โรคกระเพาะ ยากโรคกระเพาะ ซึ่งอาจจะได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง แต่วิธีที่ดีที่สุด นั้นก็คือ การป้องกัน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 

สำคัญที่สุดเมื่อรู้แล้วว่าโรคเหล่านี้ เป็นภัยมีอันตรายและเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคอื่น ๆ ตามมาก็ต้องช่วยแนะนำตักเตือนบอกต่อให้กับกลุ่มผู้เสี่ยง หรือคนที่เรารัก

ที่สำคัญต้องดูแลสุขภาพตัวเองอย่างสม่ำเสมอเพื่อห่างไกลจากโรคภัยอื่น ๆ ด้วยความปรารถนาดี..

ขอขอบคุณ แหล่งอ้างอิงข้อมูลเพิ่มเติม :

-->> กลับเมนูสารบัญ <<–

ติดตาม Herbdee ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่.. 

Facebook : herbdee
Twitter : –
Line :
@herbdee
ช่อง Youtube :
Herbdee Channel

ติดต่อสอบถาม : โทร. 096-823-9723

ช่วยแบ่งปันบทความดีๆ !! กดแชร์เป็นกำลังใจให้เราด้วยน้าา..

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *